Welcome, Guest. Please login or register.
November 01, 2014, 04:15:05 AM
Home Help Search Login Register
News: ตอนนี้เว็ปเรา มีห้องสนทนาสดแล้วนะครับ เข้าไปคุยกันได้ที่
broken-mouse

+  OSBMX Thailand
|-+  OS BMX Thailand
| |-+  Today BMX Racing (Moderators: Spammer, Thanit, JR101)
| | |-+  ข้อมูลสำหรับท่านที่สนใจอยากเล่น Street BMX เกี่ยวกับเทคโนโลยี่ใหม่ๆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] 2 Print
Author Topic: ข้อมูลสำหรับท่านที่สนใจอยากเล่น Street BMX เกี่ยวกับเทคโนโลยี่ใหม่ๆ  (Read 47885 times)
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« on: February 17, 2009, 12:32:38 AM »

ในส่วนBMX นอกจากRacing เเล้วที่มี เทคโนโลยี่ใหม่ๆมาใช้ ยังมี สไตล์ Street ที่นำความเเข็งเเกร่ง เเบบ โคโมลี่ ที่เรื่องลือ ในอดีตมาใช้ใน BMX Street
 เหมือนเเบบ สไตล์ Old school ที่เคยรู้จักกันมา สมัย 20ปีก่อนว่า โคโมลี่ดีดีต้องมาจาก ญี่ปุ่นเเละ อเมริกา กันไงละคับ Grin
เเต่ทุกวันนี้ได้เปลี่ยนไปเฟรมส่วนใหญ่ เเละอุปกรณ์ส่วนใหญ่ย้ายการผลิตไปในประเทศไตหวันกันเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากต้นทุนเเละการเเข่งขันการตลาด
เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกท่านที่ได้สัมพัสกะOld school เเท้ๆมาเมื่อก่อนย่อมทราบดีว่า เพรมอะไรก็ได้เเต่ขอตะเกียบญี่ปุ่นเเท้ๆเเบบ เเทงค์มาติดรถไว้ก่อน
เพื่อความปลอดภัยจากการโดดลงมาเเล้วตะเกียบจะหักบ้าง.. CryผมเองชอบOld school เพราะทำให่้ผมคิดถึงอดีตที่สนุกสนานกะBMX,มากๆครับ.
เเต่ ปัจจุบันก็ชอบ BMX รุ่นใหม่ๆเเบบ Race เเต่ชอบที่จะดูStreet อีกครับ เพราะเทคนิดStreet เหมือนกะที่ผมเคยเล่นในอดีัตครับ..
ทุกวันนี้ นอกจากความเบาในเฟรมของ Race เเล้ว Street ฺ BMX รุ่นใหม่ๆก็สามารถทำน้ำหนักเบาได้ไม่เเพ้เพรม อลูมิเนี่ยม เลยคับ
เเต่ทุกอย่างเป็น โคโมลี่เเละมีความทนทานมากกว่า อลูมิเนียม3-4 เท่า ครับ เพราะการเล่น BMXสไตล์Street ค่อนข้่างรุนเเรงมากกว่า เเบบ Race มากเลยคับ..
ตอนนีี้ผมก็เริ้มมาเล่น Street เเต่เล่นเเบบไม่โหดครับ เพียวยกล้อ โดดท่ากระต่าย หรือว่าโดดข้ามรั้วได้ก็พอ สำหรับ การโดดเนิน ก็อยากไปโดดเพราะ รถสตรีทส
สามารภไปโดดเนินได้ด้วย เพียงไปเปลี่ยนยาง เท่าน้้นคับ..
ที่ดูโอลิมปิกที่ปักกิื่งมากการโดดเนิน เเบบ Race จะโดดเก็บให้ตัวรถพยายามเเนบกะพื่้นให้มากที่สุด ไม่จำเป็นไม่มีการเล่นท่าเหมือนสมัย Old school หรือเเข่งBMX..ในสมัยก่อนๆครับ
เเต่สตรีทสามารถไปเล่น เเบบ Dirtได้เพียงเปลียนเเค่ยางหน้าให้มีลาย ดอกบั้งๆที่จะจิกลงไปในพื่้นเเละนำร่องการโดดเนินเเล่้วสามารถเล่นท่าต่างๆได้คับ.. Cheesy
มาเข้าเรื่องกันครับ ผมได้ไปอ่านข้อมูลในเวป ไทยบีเอ็มเอ็กซ์มาจากกระทู้ มารู้จับกับชิ้นส่วนต่างๆจักรยาน street กันเถอะ!!
http://www.thaibmx.com/smf/index.php?topic=2120.0
เลยอยากนำมาให้มาลงในทีนี้เผื่อว่ามีท่านใดสนใจที่จะมาเล่นสนุกๆกันบ้างคับ.
ปล..ผมขอคัดลอกมานำเสนอกันตามที่คุณkeeprideได้เขียนไว้ที่เป็นข้อมูลที่ดีมากๆสำหรับ ฺBMX Street,,มากันครับเเละอยากให้มาอ่านกันตรงนี้เพราะเสียดายข้อมูลเวลาข้อมูลที่คุณkeeprideทำไว้ด้วยคับกลัวข้อมูลดีดีจะหายไปครับ



ขอแยกประเภทตามนี้นะครับเพื่อง่ายในการอธิบายไปทีละชิ้นส่วน
Frame -เฟรมหรือตัวถัง
Fork -ตะเกียบ
Stem -คอจับ
Handlebar -แฮนด์จับ
Grips -ปอกแฮนด์
Headset -ชุดคอ
Cranks -ชุดขาจาน
Bottom -กระโหลกประเภทต่างๆ
Pedals -บันได
Sprocket -ใบจาน
Chain  -โซ่ชนิดต่างๆ
Freewheel -ฟรีวิลล์หรือระบบขับ
Rims -ขอบล้อ
Hubs  - ดุมแบบต่างๆ
Spokes  -ซีลวดล้อ
Tires  - ยาง
Seat -เบาะ
Seatpost -หลักอาน
Seatpost Clamp -หูลัดหลักอาน
Brakes -เบรคและระบบเบรคแบบต่างๆ
Brake Levers -มือเบรค
Pegs-เป๊กไกรด์หรือที่พักเท้า

Frame(เฟรม) -เฟรมหรือตัวถัง
อันดับแรกเรามาทำความรุ้จักกับเฟรมหรือตัวถังกันก่อนว่าสิ้นส่วนไหนเค้าเรียกว่าอะไรกันบ้างบางคำอาจจะเป็นภาษอังกฤษนะครับและภาษเรียกตามท้องถิ่นไม่เหมือนกันผมจะใช้เป็นภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลนะครับ
โดยมาก เฟรมที่มีวางขายในปัจจุบัน นิยมทำมาจากเหล็ก 4130 chromoly(โคโมลี่)เพราะเหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงมากรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้มากกว่าเหล็กทั่วไป น้ำหนักเบา และบางบริษัทก้อน้ำเหล็กที่เรียกว่า Hi-Ten มาทำตัวเฟรมด้วยเช่นกันแต่ความแข็งแรงและน้ำหนักจะสู้เหล็ก chromoly(โคโมลี่) ไม่ได้ รวมถึงวัสดุที่เรียกว่า TITANIUM(ไทเทเนียม)อีกด้วยแต่ไม่นิยมเพราะราคาที่สูงมากข้อดีคือน้ำหนักเบาและแข็งแรงอย่างเช่นเฟรมของยี่ห้อ EASTERN BIKE ใช้ไทเทเนียมทำเฟรมทั้งคันแต่ไม่รุ้ว่ายังผลิตอยู่ไหม ล่าสุดผมเห็นในหน้าเวปของ KHE BIKE แต่น่าจะเป็น Flatland นะครับลองเข้าไปดูกันเอง

ข้างบนเป็นรูปของเฟรม street นะครับเราจะมาแยกส่วนกันว่าส่วนไหนเค้าเรียกว่าอะไรกันบ้าง
อันแรก Headset (เฮดเซ็ท)ถ้วยคอ
ถ้วยมี2แบบที่เคยเห็นในจักรยาน BMX นะครับได้แก่ ถ้วยคอแบบฝังและถ้วยแบบไม่ฝัง ถ้วยคอแบบฝังสมัยนี้ถือว่าเป็นแบบมาตราฐานนะครับนิยมกันมากในปัจจุบันและถ้วยคอบแบบไม่ฝังเป็นแบบเก่านิยมกันในสมัยก่อนแต่ทุกวันนี้ก้อยังมีให้เห็นกันอยู่นะครับและบ้านเราก้อยังมีคนใช้กันอยู่ค่อนข้างเยอะทีเดียว อย่างเช่น รถ Haro รุ่น F-3 ก้อยังใช้ถ้วยคอแบบไม่ฝังอยู่ เป็นต้น

รูปนี้เป็นรูปของถ้วยคอแบบฝัง Integrated

รูปนี้เป็นรูปของถ้วยคอแบบไม่ฝังนะครับ
ข้อแตกต่างก้อคือ ถ้วยคอแบบฝัง ออกแบบมาให้มีบ่าออกมาเผื่อรองรับลูกปืนชุดคอไว้เรียบร้อยแล้วต่างจากรุ่นไม่ฝังซื้อไม่มีข้อได้เปรียบก้อคือ ชุดคอแบบฝังออกแบบใช้ชิ้นส่วนน้อยลงและประกอบง่าย ทนทาน ทำให้น่ำหนักเบาเพราะชิ้นส่วนน้อยลง

toptube(ท๊อปทูป)คือ ชิ้นส่วนของเหล็กท่อนบนของตัวเฟรมสั้นหรือยาวอยู่ที่ตัวนี้ครับ อย่างเช่น 20,20.5,20.8,21 ตามลำดับหน่วยวัดเป็น "นิ้ว"นะครับ ความยาววัดตั้งแต่ กึ่งกลางถ้วยคอ ไปจนถึงกึงกลางของ Seattube จะกล่าวเป็นอันดับต่อไป สำคัญยังไงนั้นอยู่ที่ตัวผู้ใช้งานครับแล้วแต่ความชอบ ส่วนสูง ของผู้ใช้งาน

Downtube(ดาวทูป)เป็นชิ้นส่วนที่เชื่อมกับถ้วยคอกับชุดกระโหลก

Seattube(ซีททูป)
ผู้ผลิตเฟรมบางยี่ห้อทำเฟรมให้มีหูรัดหลักอานแถมมาด้วย เรียกว่า integrated seat clamp(อินเทเกด ซีทเคม)เผื่อลดน้ำหนักของเฟรมลงเหมือนในรูปด้านล่าง

integrated seat clamp ถ้ามีแบบนี้เราไม่จำเป็นต้องใช้หูรัดหลักอานแล้ว

และรูปนี้เป็นเฟรมแบบที่ทำหลักอานติดมาพร้อมกับตัวเฟรมเลยเรียกว่า INTEGRATED PIVOTAL ใช้กับเบาะแบบ PIVOTAL (ไฟโวทอล)เท่านั้น ไม่สามารถปรับเบาะให้สูงหรือต่ำได้คือข้อเสียข้อดีคือลดชิ้นส่วนและน้ำหนักเบา

Bottom Brackets (บอททอม บัคเก็ต)กระโหลกในรูปเป็นกระโหลกแบบ MID BB นะครับแล้วจะไว้อธิบายหัวข้อต่อไป

Seatstay(ซีทสเตย์)ในรูปเป็นแบบที่มีหูเบรคอยู่ด้านบนและมีแบบที่อยู่Chainstayด้านล่างด้วย

Chainstay(เซนสเตย์) Chainstayมีขนาดของมันนะครับอย่างเช่น 13.5",14" นิ้ว มีผลต่อการขับขี่และการเล่นท่าต่างนะครับ

เฟรมบางบริษัททำเฟรมออกมาเอาใจผู้ที่ไม่ใช้เบรคในการขับขี่ที่เรียกว่า No Brake(โนเบรค) เหมือนในรูปจากไม่มีหูเบรคโผล่มาให้เห็นเลยและอีกอย่างเพื่อความสวยงามอีกด้วยและบางบริษัททำเฟรมที่สามารถถอดเข้า-ออกของหูเบรคได้อีกด้วย

Drop out(ดรอปเอ๊าท์) คือส่วนที่เชื่อมต่อกับล้อหลังซึ่งต้องมีความแข็งแรงมากเพื่อรองรับการกระแทกอันเกิดจากการใช้งาน
**จิงๆแล้วเฟรมบางเฟรมมี องศาเฟรมไม่เท่ากันบ้างผมจะไม่พูดถึงตรงนี้เพราะซับซ้อนเกินไป ไปศึกษากันเอาเองนะครับ

Fork(ฟอค)-ตะเกียบ

ตะเกียบเป็นชิ้นส่วนที่ช่วยยึดตัวเฟรมล้อหน้าและคอจับกับแฮนด์ ตะเกียบโดนส่วนมากทำมาจากเหล็ก4130 chromoly(โคโมลี่)เช่นเดียวกับเฟรม เพื่อให้น้ำหนักเบาและแข็งแรง บางรุ่นอาจมีหูเบรคตรงขาตะเกียบด้วยเพื่อให้ผู้ที่ชอบเล่นเบรคหน้าในการเล่นท่าต่าง

บางรุ่นอาจมีหูเบรคตรงขาตะเกียบด้วยเพื่อให้ผู้ที่ชอบเล่นเบรคหน้าในการเล่นท่าต่าง

และบางยี่ห้อออกแบบมาให้ขาตะเกียบลีบลงเรียกว่า tapered(เท-เพอะ)เพื่อความสวยงามและลดน้ำหนัก

บางยี่ห้อก้อออกแบบให้ชิ้นส่วนน้อยลงเช่น Odyssey Director โดนออกแบบให้ตะเกียบยืนออกมาด้านหน้าเล็กน้อยเพื่อลดชิ้นส่วนของ Drop out(ดรอปเอ๊าท์)เพื่อลดน้ำหนัก แต่ยังคงรักษาความรู้สึกในการขับขี่ที่เหมือนกับตะเกียบทั่วไป

Drop out(ดรอปเอ๊าท์)คือจุดเชื่อมต่อตะเกียบกับล้อหน้าเข้าด้วยกัน

Stem(สเตม) -คอจับ
คอจับ คือส่วนประกอบที่ช่วยให้ ตะเกียบและแฮนด์ต่อเข้าด้วยกันและมีความยาวเช่น 49,50,53 mm.ทำมาจากอลูมีเนียม 6061และ7075
คอจับมี 2 แบบ(เท่าที่คิดออก)แบบแรกคือ
Front Load(ฟร้อนโหลด)

แบบFront Load(ฟร้อนโหลด)ที่นิยมมากที่สุด มีฝากระกบกับแฮนด์ น็อตยืดด้านหน้า 4 ตัว ด้านหลัง 2 ตัว ไว้ยึดกับตะเกียบ

Top Load(ท๊อปโหลด)

Top Load(ท๊อปโหลด) แบบนี้ไม่ค่อยนิยมมากนักในบ้านเรา มีฝากระกบกับแฮนด์ด้านบนมีน็อตยึด 4 ตัวและมีด้านท้ายอีก 2 ตัวเพื่อยึดกับตะเกียบ
บางยี้ห้อก้อทำมาแบบ Drop(ดรอป)เพื่อความสวยงาม อย่างเช่น FITBIKECO D.L.D Stem

หลายยี่ห้อทำออกมาหลายสี บางยี่ห้อก้ออกแบบให้มีชิ้นส่วนของน็อตลดลง 1/2 ตัวเพื่อนน้ำหนักที่เบาขึ้นแล้วแต่การออกแบบครับผมยกตัวอย่างพอสังแขบ

Odyssey Elementry Stem ใช้น็อตยึดเพียงตัวเดียว

 Handlebar(แฮนด์เดิลบาร์) -แฮนด์
แฮนด์นิยมทำมาจากเหล็ก 4130 chromoly(โคโมลี่) เช่นเดียวกับ เฟรมและตะเกียบ ผ่านเทคโนโลยีในแบบต่างของบริทผู้ผลิตเพื่อความเบา ทนทานและแข็งแรง แฮนด์ street มีความสูงหลายไซส์ ตั้งแต่ 7",7.5'',7.75'',8'',8.25''
(หน่วยวัดเป็น "นิ้ว")และล่าสุด 8.5"   ของยี่ห้อ SHADOW CONSPIRACY และมีความกว้างของแฮนด์ตั้งแต่ 25" ไปจนถึง 29" เลือกใช้ตามความชอบส่วนตัวและความเหมาะสม องศาแฮนด์ผมจะไม่พูดถึงเพราะเข้าใจยากศึกษากันเอาเอง

และทำออกมาหลายสีเช่นกัน

และแฮนเป็น 4 ชิ้น อย่างเช่นแฮนด์ Animal Bob Scerbo Bars
และสุดท้ายแฮนด์ที่มาพร้อมคอจับของ KHE Bike หน้าตาแปลกดี ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.khebike.com

 
ข้อมูลเพิ่ทมเติมบาร์ใหม่ๆของ สตรีทที่เป็นโคโมลี่เเบบรุ่นใหม่ๆสามารถทำน้ำหนักได้เบาไม่เเพ้ อลุมิเนียมบาร์ไปเลยนะคับ เเต่ทนทานก่าคับ. Wink

Grips(กริ๊บ) -ปอกแฮนด์
ปอกแฮนด์ นิยมทำมาจากยาง ประโยชน์ของปอกแฮนด์คือ ลดแรงกระแทกขนาดจับแฮนด์ ทำให้จับแฮนด์ได้แน่น ปอกแฮนด์มีหลายแบบ หลายสี ปอกแฮนด์ที่ดีที่สุดอยู่ที่ตัวผู้เลือกเองว่านุ่มมือจับแน่นพอไหมและที่สำคัญต้องไม่ลื่นขนาดจับ ปอกแฮนด์บางยี่ห้อทำออกมายาวสั้นไม่เท่ากัน และแบบมีปีกกั้นกับไม่มี



Headset(เฮ็ดเซท)-ชุดคอ
อย่างที่กล่าวมาขั้นต้นชุดคอมี 2 แบบคือแบบฝังและแบบไม่ฝัง
แบบแรกคือ Integrated Headset (อินทิเกท) ถ้วยคอแบบฝัง น้ำหนักเบากว่าและนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบัน

แบบที่สองคือ Headset(เฮ็ดเซท) ถ้วยคอแบบไม่ฝัง

Integrated Headset (อินทิเกท) ถ้วยคอแบบฝัง น้ำหนักเบากว่า Headset(เฮ็ดเซท) ถ้วยคอแบบไม่ฝังค่อยข้างเยอะและชิ้นส่วนน้อยกว่าอีกด้วยแถมยังติดตั้งง่ายกว่าและทนทาน มีทั้งแบบ เบริ่งและลูกปืนเม็ดเรียง

และทำออกมาหลายสีด้วยเช่นกันและวแต่ความชอบจะเลือกใช้
**เราไม่สามารถนำถ้วยคอแบบไม่ฝังไปใช้กับเฟรมที่เป็นถ้วยฝัง

Cranks(แคร๊ง) -ชุดขาจาน

Cranks(แคร๊ง) -ชุดขาจานนิยมเรียกว่าขา 3 ชิ้น สามารถถอดออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ ขาจาน 2 และแกนขาจาน ขาจานเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อน ส่วนมากทำมาจากเหล็ก 4130 chromoly(โคโมลี่)ทั้งตัวขาจานและแกนขาจาน ขานขานที่ความยาวตั้งแต่ 165mm จนถึง 190mm ยี่ห้อที่ทำไซส์ออกมาเยอะที่สุดได้กี่ Profile โดยมากนิยมเล่นกันที่ 175mm-180mm สั้นยาวแล้วแต่ความชอบของผู้ใช้งาน แกนของขาจานนิยมทำมาจากเหล็ก 4130 chromoly(โคโมลี่)เพื่อความแข็งแรงรองรับแรงกระแทกและบางยี่ห้อผลิตแกนขาจานที่ทำมาจากTITANIUM(ไทเทเนียม)มารองรับขาจานของตนเพื่อความเบาและแข็งแรงข้อเสียคือมีราคาที่สูง แกนขาจานมีขนาดตั้งแต่ 19mm,20mm,22mm ใช้กับเริ่งไซส์ต่างจะพูดถึงในหัวข้อต่อไป

ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆทำให้เกิดขาที่เรียกว่า 2 ชิ้น ซึ่งแข็งแรงกว่าขา 2 ชิ้นรุ่นก่อน ออกมาและได้รับความนิยมอย่างสูงเช่น Odyssey Wombolt เพราะนำหนักเบาติดตั้งง่าย แข็งแรง

ไม่เพียงแต่ เหล็ก 4130 chromoly(โคโมลี่)ที่ทำขาจานแล้ว Primo ก้อใช้วัสดุอลูมีเนียม 7075มาทำเป็นขาจานด้วยเช่นกัน

นี่คือ Profile Titanium Axle เป็นรูปแกนขาจานที่ทำมาจากTITANIUM(ไทเทเนียม) ข้อดีคือนน้ำหนักเบา แข็งแรงข้อเสียคือมีราคาที่แพงมาก ถ้าคุณชอบเบาคุณก้อต้องจ่ายแพง มีหลายยี่ห้อนะครับที่ทำ  TITANIUM(ไทเทเนียม) ออกมาโดยมากแล้วจะเป็น4130 chromoly(โคโมลี่) 
 Bottom -กระโหลกประเภทต่างๆ
มาทำความรู้จักกับชุดกระโหลกันก่อนนะครับเริ่มจากขนาด ใหญ่-กลาง-เล็ก-เล็กสุด

USA Bottom Bracket - เรียกว่าอเมริกัน บีบี หรือเรียกติดปากบ้านเราว่ากระโหลกใหญ่ เป็นแบบที่ใช้กันมานานมากปัจจุบันค่อยๆหายไปแล้วเพราะผู้ผลิตเฟรมไม่ผลิตมาลองรับกับกระโหลกชนิดนี้เพราะน้ำหนักเยอะ และมีขนาดที่ใหญ่มาก

Mid Bottom Bracket - เรียกว่า มิด บีบี หรือกระโหลกขนาดกลาง บ้านเราเรียกกระโหลก มิดเป็นแบบที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันมากที่สุดและผู้ผลิตเฟรมผลิตเฟรมออกมารองรับกระโหลกชนิดนี้มาก แทบจะพูดได้ว่าครองเลยทีเดียว รูปร่างเล็กกว่าอมเริกันค่อนข้างเยอะ

Spanish Bottom Bracket - เรียกว่า สเปนิส บีบี หรือเรียกติดปากว่า สเปนิสเรียกได้ว่าเป็นกระโหลกแบบเล็ก กระโหลกชนิดนี้ออกแบบโดยนักขี่bmxชาวสเปนที่ชื่อ Ruben Alcantara สเปนิสเป็นกระโหลกที่นิยมรองลงมาจาก Mid bb และยังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบันและมีเฟรมรองรับมากมายทั้ง streetและ flatland ขนาดของสเปนิสก้อคือจะเล็กกว่า Mid bb สักเล็กน้อย

Euro Bottom Bracket - เรียกว่า ยูโร บีบี บ้านเราเรียกกระโหลกยูโร ถือได้ว่าเป็นกระโหลกที่เล็กที่สุดในที่กล่าวมา กระโหลกชนิดนี้ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้ในจักรยาน street เพราะความไม่ค่อยแข็งแรงเสียเร็ว นิยมใช้โดยมากกับ Flatland และ MTB พอจะเห็นได้บ้างในรถ street รุ่นปีเก่าๆ

มาดูกันว่าเราจะทราบได้ไงว่ากระโหลกแบบจะใส่ขาปั่นแบบไหนได้บ้าง จากรูปที่มีลูกศรสีแดงชี้นั้นคือขนาดของรูที่จะใช้ใส่แกนขาจานลงไปได้ขนาดมาตราฐานโดยทั่วไปที่แกนขาปั่นทำออกมาคือ 19mm/20mm/22mm(มิลลิเมตร)วัดจากแกนขาปั่นและรูของลูกปืนนั้นๆเพื่อให้พอดีห้ามหลวม
ลูกปืนกระโหลกแต่ละชนิดวิธีใส่ก้อแต่ต่างกันเช่นกัน อย่างเช่น Mib bb และ Spanish bb สามรถตอกลงไปกับตัวเฟรมได้เลย รวมถึง Usa BB บางรุ่นก้อสามารถตอกเข้ากับตัวเฟรมได้แต่บางรุ่นจะทำเป็นบู๊ทอลูมีเนียมมีเกลียวเพื่อให้ขันเข้าไปแทนการตอกอย่างเช่น Euro bb และ Us bb บางรุ่น

รูปบนเป้นรูปที่ติดตั้งกระโหลกกับเฟรมเรียบร้อยแล้วในภาพเป็นกระโหลกแบบ Mid BB



 





















Logged
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« Reply #1 on: February 17, 2009, 12:33:50 AM »

Pedals(พีเดล) -บันไดหรือบันไดปั่น

ส่วนมากบันไดที่เราใช้กันทุกวันทำมาจากวัสดุ อลูมีเนียมมีทั้งแบบลูกปืนเม็ดและแบริ่งส่วนก้านของบันไดนั้นนิยมทำมาจากchromoly(โคโมลี่)เนื่องจากเป็นแรกที่แข็งแรงทนทาน แต่ในปัจจุบันได้มีการนำเอาวัสดุชนิดอื่นๆที่นอกจาก อลูมีเนียมแล้วยังมีการเอา แมคนีเซียม มาทำด้วยเช่นกัน(นานพอสมควรนะ)และพลาสติกที่กำลังฮิตกันในต่างประเทศและบ้านเราเพราะน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่าอลูมีเนียมและแมคนีเซียมสีสันสวยงามมีให้เลือกหลากหลาย แต่ความทนทานคงสู้ อลูมีเนียมและแมคนีเซียมไม่ได้

รูปบนยกตัวอย่างเป็นบันไดยี่ก้อ Odyssey ทำมาจากพลาสติก ทำออกมาหลายสีและพิเศษบางรุ่นเป็นแบบเรืองแสงได้ ถือว่าเป็นแฟชั่นอย่างนึงก้อได้

ตัวอย่างรูปบนเป็นบันไดที่ทำจากวัสดุ แมคนีเซียม ยี่ห้อ Snuffu น้ำหนักก้อพอๆกับบันไดพลาสติกมีทั้งแบริ่งและลูกปืนเม็ดเรียง ข้อเสียคือราคาแพงกว่าบันไดแบบอลูมีเนียมและทนทานน้อยกว่า

รูปนี้เป็นบันไดFlybike Ruben ที่ผ่านผลิตแบบ CNC คือการใช้เครื่องจักรกัดก้อนอลูมีเนียมให้เป็นรูปเป็นบันได ข้อดีคือ เบา แข็งแรง ทนทาน สวยงาม น้ำหนักเบาเทียบได้กับพลาสติกเลย ข้อเสียคือราคาแพงมากเพราะขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยาก

Sprocket(สป๊อคเก็ต) -ใบจาน

Sprocket(สป๊อคเก็ต) -ใบจาน เป็นส่วนประกอบที่ทำให้รถจักรยานของเราขับเคลื่อนได้ ใบจานส่วนมากนิยมทำมาจากอลูมีเนียม 2 เกรดได้แก่ 6065 และ 7075 ผ่านการผลิตแบบ CNC ใบจานมีขนาดของฟันที่เรียกว่า Teeth (ธีท) ใบจานมีขนาดตั้งแต่ 23T, 24T, 25T, 27T, 28T, 32T, 33T, 36T, 39T, 40T, 41T, 42T, 43T, 44T, 45T, 46T ฟันใช้ตัวย่อเป็น T จะใส่เล็กหรือใหญ่ก้อแล้วแต่การใช้งานและความชอบส่วนตัว ส่วนมาตราส่วนจะกล่าวในหัวข้อต่อไปคับโปรดติดตาม

ยกตัวอย่างข้างบนเป็นรูปของใบที่จาน S&M Tuff Man สังเกตุ่ร่องที่ใบจานซึ่งเกิดจากการกัดก้อนอลูมีเนียมจากเครื่อง CNC ทำให้ไบจานมีมิติสวยงามแถมยังเบาและแข็งแรงอีกต่างหาก

รูปบนนี้เป็นตัวอย่างของใบจาน ส่วนนึงของยี่ห้อ Odyssey รุ่น Million Dollar แบบมี Guard ป้องกันแบบ 360 องศา สามารถป้องกันโซ่ขาดจากการไกรด์และป้องกันไม่ให้ใบจานคดในบางครั้งที่เล่นท่าพลาดหรือท่าที่ใช้ใบจานกระแทก

Chain(เชน) -โซ่
Chain(เชน) -โซ่เป็นตัวสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวถ้าไม่มีเจ้านี่จักรยานเราก้อไม่สามรถวิ่งไปข้างหน้าได้แน่นอน

ภาพบนเป็นโซ่ที่หาได้ทั่วไปในบ้านเราแต่คงไม่มีสีให้เลือกมากเหมือนในรูปนะครับ บ้านเราก้อมีสีเงินถือว่าเป็นโซ่ข้อเล็กธรรมดา ราคาก้อประมาณ 120-150 บาท


ภาพข้างบนเป็นโซ่แบบ Half-Link(ฮาฟลิงค์) เป็นโซ่1/2 ก้อคือครึ่งข้อ ข้อดีก้อคือทนทานแข็งแรงขาดยากมากและสามารถใช้งานกับขนาดสเตอหลังขนาดเล็กๆได้อย่างไม่มีปัญหา ข้อเสียคือราคาแพงมากและเวลาขาดต้องใช้เครื่องมือตัดโซ่ในการตัดและต่อใหม่

รูปข้างบนเป็นรูปของโซ่ยี่ห้อ KMC รุ่น K710 SL(บ้านเรามีขาย) สังเกตุว่า จะมีช่องว่างระหว่างโซ่ และ Pin(พิน)หมุดจะมีรูทะลุอีกด้วยเพื่อความเบาน้ำหนักลดลงและความสวยงาม เรียกว่า Hollow(โฮลโล่) มีทั้งแบบโซ่ธรรมดาและHalf-Link(ฮาฟลิงค์)

Hubs(ฮับ) - ดุมแบบต่างๆ
Hubs(ฮับ) หรือดุมที่เราเรียกกัน เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าและล้อหลังเป็นส่วนประกอบชิ้นนึงของล้อ เราจะมาพูดถึงส่วนประกอบของดุมกันก่อน มาแยกส่วนดูว่าประกอบด้วยอะไรมั้ง
FRONT HUB (ฟร้อนฮับ)ดุมหน้า

รูปตัวอย่างนี้เป็นรูปของดุมหน้ายี่ห้อ Odyssey Vandero รุ่นมีแกนขนาด 10mm. ถ้าคุณดูในเวปต่างประเทศฝรั่งเค้าเรียกันอีกแบบว่า 3/8 ไม่เพียงแค่ 10mm.นะครับยังมีดุมหน้าที่ทำแกน 14mm. ออกมาอีกด้วยถ้าคุณเล่นไกรด์โหดๆ 14mm.ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนถ้าเก่งแล้วชัวร์แล้วเปลี่ยนเป็น 10 mm.เพื่อความเบาก้อได้แล้วแต่ความชอบคับ

รูปของแกนขนา 10mm.หรือ 3/8

ตัวนี้เป็นรูปของ ปอก ดุมที่เรียกว่า Shield(ชิล) ส่วนมากทำมาจาก อลูมีเนียม ในรูปเป็นอลูมีเนียม 7075 ขอโทษทีนะครับหารูปได้ไม่ดีเท่าไหร่ ที่เปลือกของดุม สังเกตุตรงที่มีรูๆ เรียกว่าปีกดุมส่วนนั้นมีเอาไว้ให้ขึ้นซี่ลวดกับขอบล้อดุมหน้าที่ใช้งานกับ bmx ทั่วไปนิยมทำออกมา 36 และ 48 รูเพื่อใช้งานกับขอบล้อที่รองรับ 36และ 48 ด้วยเช่นกัน
 ด้านข้างๆจะเป็นรูปใส่แบริ่งตลับและแกนล้อ

แบริ่งที่ใช้จะเป็นแบริ่งตลับแบบนี้เรียกว่า SEALED BEARING (ซิลแบริ่ง) ดุมบางยี่ห้อก้อยังคงใช้ลูกปืนแบบเม็ดเรียงอยู่เรียกว่า UNSEALED BEARING (อันซิลแบริ่ง)ไม่ค่อยทนทานเท่าแบบแบริ่งตลับเท่าไหร่นัก มักมีปัญหาบ่อย เสียง่าย ส่วนมากมักจะมากลับดุมประเภทจี๋

รูปข้างบนนี้เป็นรุนของดุมยี้ห้อ Odyssey Vandero 2 ตัวนี้เป็น เวอร์ชั่นที่ 2 (v.2)นะครับข้างบนเป็นเวอร์ชั่นแรก ดุมหน้าตัวนี้พิเศษหน่อยคือมันจะไม่มีแกนล้อยื่นออกมาเหมือนตัว v.1และไม่มีแกนล้อเป็นเหล็กโคโมลี่แล้ว v.2จะใช้อลูมีเนียม 7075 เป็นแกนแทนแล้วใช้น็อตตัวพ่อเป็นแกนแทนและแกนอลูมีเนียมจะมีรูคล้ายๆน็อตตัวแม่รองรับน็อตตัวผู้แทน แต่ก้อยังใช้ลูกปืนแบบตลับเหมือนกับตัว v.1 และใช้งานได้เหมือนตัว v.1 ข้อดีคือน้ำหนักเบากว่า

รูปตัวอย่างภายในรูปนี้เป็นดุมยี้ห้อ Eclat กลไกข้างในก้อจะคล้ายๆดุมยี่ห้อ Odyssey รุ่น Vandero 2 แต่พิเศษที่ตัวปีกดุมจะซ่อนไว้อยู่ข้างในเพื่อแก้ปัญหาเวลาเล่นไกรด์แล้วซี่ล้วดล้อขาด

REAR HUB (เรียล ฮับ)ดุมหลัง
REAR HUB (เรียล ฮับ)ดุมหลัง เปรียบได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ทำให้เราสามารถปั่นไปข้างหน้าได้นิยมทำแบบ 36 รูและ 48 รู และมี Driver (ไดท์เวอร์)ตัวขับ ทั้งด้านซ้ายและขวาแกนกลางดุมขนาด 14mm. การเลือกใช้แล้วแต่ความถนัดและการเลือกใช้ของผู้ใช้งานเอง
ดุมหลังนั้นมีกี่ประเภทมาดูกัน

ประเภทแรกตามรูปข้างบนเป็นดุมประเภท cassette hub (คัตเซ็ส ฮับ)

ประเภทที่สองเรียกว่า Freecoaster hub(ฟรีคอสเตอร์ ฮับ)

รูปบนนี้เป็น FREEWHEEL(ฟรีวิลล์)ดูหน้าตากันชัดๆ ฟรีวิลล์  พบเห็นได้ง่ายมักจะติดกับจักรยานทั่วไป สเตอมีฟันตั้งแต่ 13 T ขี้นไป ดุมที่มีชิ้นส่วนนี้เรียกว่า ดุมแบบฟรีวิลล์ ส่วนมากแล้ว ดุมแบบฟรีวิลล์ จะใช้ลูกปืนเรียงเม็ดและมีแบริ่งแบบตลับบ้าง การใช้งานก้อเหมือนกับ ดุมทั่วๆไปคับแต่เรื่องความทนทานและน้ำหนักคงสู้ดุมแบบ คัตเซ็ส คงไม่ได้

ประเภทแรกเป็นดุมประเภท cassette hub (คัตเซ็ส ฮับ)
รูปข้างนเป็นดุมคัตเซ็ส ยี่ห้อ Odyssey Hazard V.3และอัพเกรด Driver (ไดท์เวอร์)หรือบ้านเราเรียกว่า (Cog)ค๊อก เรียบร้อยแล้ว ดุมยี่ห้อ Odyssey และยี่ห้ออื่นๆจะไม่ได้อัพเกรด (Cog)ค๊อก มาให้โดนให้ผู้ใช้เลือกอัพเกรดเองทีหลังว่าจะชอบ(Cog)ค๊อก กี่ฟันมีตั้งแต่ 13T-9T แต่หลายยี่ห้อก้ออัพเกรดมาให้เรียบร้อยแล้ว โดนผู้ใช้จะสามารถเลือกได้ว่าชอบ ค๊อกกี่ฟัน เพื่อลดน้ำหนักและความสวยงามรวมถึงการใช้งานอีกด้วย

รูปตัวอย่าง ดุมยี่ห้อ Odyssey Hazard V.3 ตอนที่ยังไม่ได้อัพเกรดเราจะเห็น ค๊อกรูปร่างคล้าย ฟรีวิลล์ แถมมาให้ด้วย

ตัวนี้เป็น Driver (ไดท์เวอร์)หรือบ้านเราเรียกว่า (Cog)ค๊อก ตัวอัพเกรด มีตั้งแต่ 10ฟันจนถึง 13 ฟัน แล้วแต่ความชอบในการเลือกใช้
**ดุมแต่ละยี่ห้อระบบภายในจะไม่เหมือนกันบางทีก่อนที่จะอัพเกรดดุม ควรศึกษาหรือสอบถามผู้รู้ก่อนว่าดุมรุ่นนี้ใส่กับอะไหล่ชิ้นนี้ได้หรือไม่  บางครั้งเราอาจจะคิดว่าดัดแปลงบ้าง แต่รุ้ไหมว่าสิ่งที่เราดัดแปลงนั้นจะทำให้ดุมเสียอย่างเช่นเคยมีคนเอาดุม Odyssey ไปใช้กับ ค๊อกของดุมไต้หวัน ซึ่งมันอาจจะใช้ได้แต่ใช้ได้ไม่นานและมีปัญหาภายหลัง เช่นมีเสียงแปลกๆที่ตัวขับ บ้างก้อรูด ทำให้ตัวปอกมันเสียเสียตังค์ซื้ออะไหล่แท้ดีกว่ามาปวดหัวกับดุมพังและบางครั้งอาจจะทำให้เราเจ็บตัวได้
ประเภทที่สองเรียกว่า Freecoaster hub(ฟรีคอสเตอร์ ฮับ)

freecoaster hub(ฟรีคอสเตอร์ ฮับ)พูดถึงฟรีคอสเตอร์เราจะนึกถึง ''อ๋อ มันเป็นดุมที่ใส่กับรถแบบ Flatland ใช่ป่ะ'' มันก้อจิงนะครับแต่ตอนนี้เรามีดุมฟรีคอสเตอร์แบบ Street ใช้งานแล้ว ข้อแตกต่างระหว่างดุมฟรีคอสเตอร์และคัตเซ็ส ก้อคือ ดุมแบบ คัตเซ็ส ต้องปั่นขาจานตามตลอดเวลาเราเล่นท่าถอยหลังแบบ เฟกี้ แต่ดุมแบบ ฟรีคอสเตอร์ เราไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้วเมื่อเรามีดุมแบบฟรีคอสเตอร์ ดุมฟรีคอสเตอร์ ยังสามารถใช้งานปกติเหมือน คัตเซ็ส เวลาปั่นไปข้างหน้าออก แบบ 36 รูและ 48 รู และมี Driver (ไดท์เวอร์)ตัวขับ ทั้งด้านซ้ายและขวา แล้วแต่ความถนัดและการเลือกใช้ของผู้ใช้งานเอง

รูปตัวอย่างข้างบนเป็นรูปของ freecoaster hub(ฟรีคอสเตอร์ ฮับ)ยี่ห้อ Federal Freecoaster Hubและรูปตัวอย่างรูปแรกเป็นของ ยี่ห้อKHE Reverse Freecoaster Hub มีตัวขับ(ค๊อก) 9 ฟันทั้ง 2 ยี่ห้อ ออกแบบมาทั้งถนัดซ้ายและถนัดขวา
อัตราทดของใบจานและตัวขับแบบมาตราฐานนิยมใช้กันมาที่สุดคือ
ใบจาน 23 ฟัน ใช้กับ 8 ฟันดุมหลัง
ใบจาน 25 ฟัน ใช้กับ 9 ฟันดุมหลัง
ใบจาน 28 ฟัน ใช้กับ 10 ฟันดุมหลัง
ใบจาน 30 ฟัน ใช้กับ 11 ฟันดุมหลัง
ใบจาน 33 ฟัน ใช้กับ 12 ฟันดุมหลัง
ใบจาน 36 ฟัน ใช้กับ 13 ฟันดุมหลัง

**บางครั้งใช้งาน อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแบบที่ตัวเองชอบส่วนตัวเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น ใบจาน 27 ฟันใช้กับ 10 ฟันดุมหลังเป็นต้น แล้วแต่ความชอบส่วนตัวและความรุ้สึกเวลาปั่นที่เปลียนเล็กน้อย

รูปข้างบนเป็นดุมหลังแบบ คัตเซ็ส  ยี่ห้อ Eclat ทำออกมาดุมหน้าที่กล่าวมาก่อนหน้าแล้วและมียี่ห้ออื่นๆที่มีลักษณะคล้ายๆแบบนี้อีกหลายๆยี่ห้อครับ

Logged
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« Reply #2 on: February 17, 2009, 12:35:13 AM »

Rims(ริม) -ขอบล้อ
Rims(ริม)-ขอบล้อ ขอบล้อเป็นส่วนประกอบส่วนนึงของล้อ ขอบล้อมีขนนาด 36 รูและ 48 รูเพื่อรองรับดุมหน้าและหลังและใช้วัสดุทำแตกต่างกันไปและมีความหนา 1 ชั้น 2 ชั้นและ 3 ชั้นและน้ำหนักสีสันต์ที่ต่างกัน แล้วแต่ผู้ใช้จะเลือกใช้งานในแบบที่ชอบ

ขอบล้อยี่ห้อ Flybike ทำขอบล้อออกมาหลายสีและรูปทรงที่สวยงาม

ขอบล้อยี่ห้อ Odyssey ก้อด้วยเช่นกัน

รูปบนเป็นภาพหน้าตัดให้ดู ชั้นแต่ละชั้นภายในขอบล้อ

Spokes(ซะโพค) -ซี่ลวดล้อ
พูดถึงซี่ลวดเป็นส่วนประกอบส่วนนึงของล้อ มีขนาด 184,186,188 mm. เลือกใช้สั้นหรือยาวก้อแล้วแต่ปีกดุมแล้ว,ครอส,วิธีสานแบบต่างๆ หลายยี่ห้อทำสีสันต์ออกมามากมายแล้วแต่ผู้ใช้งานเลือกใช้ บ้านเราที่เห็นมีสีสเตนเลสกับสีดำ ราคา ซี+หัว ราคาประมาณ 5บาทถึง 10 บาท ต่อ1 ซี่
เพื่มเติมมาคับเเต่อยากให้เบาๆใช่้ซี่ล้อ ไทเทเนี่ยมทีมีราคามากกว่าเเบบธรรมดา5-7เท่าครับ.. Cry





Tires(ไทร์) - ยาง
Tires(ไทร์) - ยาง ยางที่จะพูดถึงในต่อไปนี้มี 2 แบบนะครับ แบบ Street(สตีท) แบบ Dirt(เดิร์ท)
-แบบ Street
ยางแบบ Street(สตีท) คือยางที่ใช้กับฟื้นผิวทั่วไปเช่น ฟื้นถนน ฟื้นคอนกรีต ฟื้นไม้ อย่างเช่นแรมพ์เป็นต้น ขนาดตั้งแต่ 1.85-2.10


-แบบ Dirt
แบบ Dirt นิยมใช่เล่นบนดิน เช่น เนินโดดที่ทำมาจากดิน สนามดินเป็นต้น ดอกยางจะหนาๆเพื่อการยึดเกาะบนฟื้นดิน ขนาดตั้งแต่ 1.85-2.10 และ 2.25


**โดยปกติแล้ว ขอบยางจะทำด้วย ผ้า ขอบลวด บางก้อเป็นยางและเทคโนโลยี่ใหม่ได้มีการนำ ผ้าใย Kevlar(เคฟล่า)มาผลิตเป็นขอบยางเพื่อลดน้ำหนักของยาง ทำให้ยางเบาและสามารถพับได้ ข้อเสียคือราคาแพงมากถ้าเทียบกับยางแบบเดิม

รูปบนเป็นยางยี่ห้อ KHE Folding Street Tyre

รูปบนเป็นยางยี่ห้อ KHE Folding Dirt Tyre

Seat(ซีท) -เบาะ
Seat(ซีท)-เบาะ เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้นั่ง แต่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่นั่งเท่านั้น เบายังสามารถใช้เล่นท่าต่างๆได้อีกด้วย อย่างเช่น การ Grab(กแร๊ป)หรือใส่ลีลาท่าทางโดยที่มือเราจับเบาะ ยกตัวอย่างเช่น Superman Seat Grab ตามรูปด่านล่างเลยคับเท่ห์มาก

นายแบบของเรา คุณพี่สมศักดิ์ แช่งหลี (คนไทย) รูปเท่ห์มากๆเลยพี่เลยยืมมาขออภัย
มาพูดถึงเบาะกันต่อมาดูแบบแรก แบบที่คุ้นมากมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ คือเบาะแบบราง
เบาะแบบราง 

ยกตัวอย่าง เบาะแบบราง รูปนี้เป็นของแบบราง ยี่ห้อ Fitbikeco รุ่น ECCD เป็นเบาะแบบราง ตัวฐานเป็นพลาสติกและเพิ่มรางเหล็กเสริมทำให้เบาะแข็งแรงและหุ่มด้วยวัสดุแตกต่างอาจจะเป็นผ้าหรือพลาสติกปุด้วยฟองน้ำด้านในเพื่อความนุ่มสบาย รูปร่างและขนาดแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ผู้ผลิตจะออกแบบ

ถ้าถอดตัวพลาสติกออกรูปร่างของเบาะแบบรางก้อจะเป็นแบบนี้ รูปนี้เป็นรงเหล็กที่ใช้เหล็กโคโมลี่ทำ
เบาะแบบรางใช้กับหลักอานที่เป็นแบบหนีบ

Seat Post(ซีทโพส) รูปข้างบนคือตัวอย่าง หลักอานแบบธรรมดาหรือแบบหนีบ มีขนาดสั้นหรือยาวก้อแล้วแต่ผู้ใช้งานจะเลือกใช้ตามถนัด มีขายทั้งแบบสั้นและยาว

รูปเมื่อติดตั้งเบาะแบบรางเรียบร้อยแล้ว

Pivotal Seat(ไฟโวทอล ซีท)
เมื่อมีการลดน้ำหนักเกิดขึ้น เบาะPivotal Seat(ไฟโวทอล ซีท)ก้อถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ลดน้ำหนักของเบาะลงโดยการลดชิ้นส่วนหลายๆชิ้นที่เบาะแบบรางแบบเก่าที่เคยใช้ เหลือเพียงแค่ตัวเบาะโครงพลาสติก ฟองน้ำและ น็อตตัวแม่ 1 ตัว และตัดตัวเหล็กรางออก ซึ่งสามารถลดน้ำหนักลงได้

ในรูปเป็นเบาะยี่ห้อ Macneil ถ้าจำไม่ผิด ยี่ห้อนี้ออกแบบเบาะ Pivotal Seat เป็นรายแรกและทำออกมาขายเป็นเจ้าแรก จากรูปก้นเบาะจะเป็นรูปโค้งและมีฟันปลาเอาไว้ยึดกับตัวหลักอานที่ทำมาให้โดยเฉพาะ โดยใช้น็อตเพียงตัวเดียวยึดกับหลักอานซึ่งแข็งแรงพอๆกับเบาะแบบรางเลยทีเดียว

รูปตัวอย่างข้างบนเป็นหลักอานแบบ Pivotal Seatpost (ไฟโวทอล ซีทโพส) ออกแบบมาให้มีรูด้านบนเพื่อยึดกับน็อตเพียงตัวเดียวของตัวเบาะ ถ้าเที่ยบกับเบาะแบบรางเราจะเห็นว่าชิ้นส่วนของเบาะแบบ Pivotal นั้นน้อยกว่าและเบากว่าเบาะแบบรางแน่นอนที่สำคัญติดตั้งง่าย

รูปบนเป็นรูปตัวอย่างเบาะแบบ Pivotal ที่ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
ปัจจุบันเทคโนโลยี่ความเบาเริ่มมาอีกแล้ว

รูปข้างบนเป็นเบาะที่เรียกว่า Combo(คอมโบ) คือการรวมเบาะและหลักอานเป็นแบบที่เห็นในรูป ข้อดีคือน้ำหนักเบามาก ข้อเสียคือเราไม่สามารถปรับเบาะให้ขึ้น/ลงได้ คือเค้าจะจัดมาให้เราอยู่แล้วไม่สามารถปรับตามใจได้ รูปตัวอย่างเป็นเบาของยี่ห้อ Eclat รุ่น Eclat Complex Padded Seat ไม่เพียงแค่ยี่ห้อ Eclat เท่านั้นที่ทำออกมา ก่อนหน้านี้ยังมี Flybike รุ่น Uno และ Khe ก้อทำออกมาด้วยเช่นกันหาดูได้ตามเวปผู้ผลิตครับ

Seatpost Clamp(ซีทโพส แคล๊ม)-หูลัดหลักอาน
เรียกสั้นว่าๆ Seat Clamp(ซีท แคล๊ม)หูลัดหลักอานประโยชน์ของหูรัดหลักอานก้อคือทำให้ก้านเบาะให้ติดแน่นกับ Seattube(ซีททูป)อธิบายไปแล้ว

S&M Seat Clamp

มีสีให้เลือกมามายเช่นกันในรูปแบบที่ออกแบบต่างกันไปของแต่ละยี่ห้อ

จะมีเพื่มเติมมาก็รอคุณ keepride มาอัปเดทให้อีกทีก็เเล้วกันคับ..ผมขอนำมาเเปะไว้ให้ความรู้สำหรับท่านที่ชอบ BMXไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ก็เป็น BMXครับ..เพราะไม่ว่าเรส หรือ สตรีท ตอนนี้ทาง โอลิมปิดได้ประกาศให้อยู่ใน กีฬาโอลืมปิดที่อังกฤษที่จะมาอีก4ปีหน้านี้ด้วยคับ Grin
 


 



Logged
Lt. PT. / BMX freestyler
A Pro
******
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1116


ปั่น 1 ทริป อายุยืนขึ้น 1 อาทิตย์ ชวนกันปั่นคร๊าบ.


Email
« Reply #3 on: February 17, 2009, 01:14:35 AM »

ถ้าชอบโดดเนินทำไมไม่หารถประเภท Dirt ไปเลยครับ เคยเห็นหางปลาจะหนามากๆ

ผมเคยดู VCD ของ Huffy มีการแข่งขันระดับชิงแชมป์ในอเมริกาเลย สำหรับ BMX ประเภท Dirt แต่บ้านเราจะเป็นแนว Street + Vert เช่นที่ Park ในหัวหมาก
Logged

on call : 08-4467-6919

"Let's Agree to Disagree =>2=>B => Peace"


Ride to Live & Live to Ride.

My Lifestyle/Ridestyle from Racing BMXer to be Freestyler and then Freerider.
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« Reply #4 on: February 17, 2009, 01:53:42 AM »

ถ้าชอบโดดเนินทำไมไม่หารถประเภท Dirt ไปเลยครับ เคยเห็นหางปลาจะหนามากๆ

ผมเคยดู VCD ของ Huffy มีการแข่งขันระดับชิงแชมป์ในอเมริกาเลย สำหรับ BMX ประเภท Dirt แต่บ้านเราจะเป็นแนว Street + Vert เช่นที่ Park ในหัวหมาก
ไม่มีเวลาไปโดดสิคับ เพราะเนินโดดDirtเเท้ๆในญี่ปุ่นอยู่ในป่าส่วนใหญ่คับ ส่วนใหญ่ผมปั่นหลังเลิกงานก็ประมาณเที่ยงคืนคับ
ไปดูในสวนสาธาระณะที่มีเนินโดดเล็กๆ.
ยกล้อหรือโดดข้ามน้ำหรือโดดขึ้นบันไดก็พอเเล้วอะเน้นออกกำลังมากก่าครับ..เล่นมากกว่านี้ไม่ได้เพราะเสียดายรถครับ.. Cheesy
 เเต่โดดงานนี้มากกว่า สิคับ..โดดงานไปร้านจักรยานตลอดอะ.. Cheesy
เพิ่งประกอบเสร็จมาใหม่มาเล่นขี่สนุกๆเน้นสะอาดๆสวยๆน่ารักเเทนคับ (เพราะรถสตรีทจะสีดำริ้วรอยมากมายเยอะอะ)
คันนี้ตั้งใจไดเอ็ทเต็มที่หน่อยอะ ไม่รวมบันไดปั่นได้น้ำหนักมาที่ 10.3 กิโลกรัม ครับ..


Logged
Lt. PT. / BMX freestyler
A Pro
******
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1116


ปั่น 1 ทริป อายุยืนขึ้น 1 อาทิตย์ ชวนกันปั่นคร๊าบ.


Email
« Reply #5 on: February 17, 2009, 02:34:06 AM »

รถสวยครับ  Cheesy

ผมเคยคิดที่จะซื้อรถ Street ดีๆซักคันเหมือนกันหลังจากไล่เก็บตั้งแต่ OS, Flatland, Dirt Jump, Racing ยุคใหม่ และ Freestyle ยุคเก่า แต่ก็ต้องล้มเลิกโครงการเพราะไม่ถนัดกับรถ และ องศาของรถยุคปัจจุบัน Sad

ตอนนั้นเคยไปยืม premium รุ่น Duo ปี 2008 ของน้องแถวคลองประปาที่ทำงานเป็น Sale Engineer มาลองขี่ รถก็เบาดีถึงเบามากแต่ลองกระโดด 360 ล้อหลังติด ตอนเล่นกลัวรถเขาถลอกเพราะรถใหม่มากเจ้าของก็ซื้อมาแต่เล่นไม่เป็น เลยเอาตัวประคองรับรถตอนเสียหลักปรากฏว่า ได้แผลถลอกที่หัวเข่ามากว่าจะหายเป็นเดือนเลย ก็เลยคิดว่ารถที่ดีสำหรับยุคนี้แต่มันไม่เหมาะกับคนยุคหินเก่าอย่างเรา Huh
Logged

on call : 08-4467-6919

"Let's Agree to Disagree =>2=>B => Peace"


Ride to Live & Live to Ride.

My Lifestyle/Ridestyle from Racing BMXer to be Freestyler and then Freerider.
bmxmania
B Pro
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 641


BMX ห้าวเป้ง


« Reply #6 on: February 17, 2009, 07:00:57 PM »

ได้ความรู้ครบเครื่อง เรื่องสตรีทไปเลยครับ... แต่ผมไม่อยากตามหรอกครับ..ยิ่งตามยิ่งเสียตังเยอะ..แต่ก็อดไม่ได้ต้องมีไว้ซักคัน...อิอิ..จองไว้แล้วครับรุ่นปี2009เดือนหน้ามา.....
Logged

...ไอ้เรามัน "สายโหด"

Spammer
Moderator
AA Pro
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 2374



« Reply #7 on: February 17, 2009, 07:16:16 PM »

โอ้ แจ่มแจ้งเลยครับ ครั้งแรกผมก็สงสัยว่า freestyle dirt jump park street flatland ฯลฯ มันต่างกันยังไงบ้าง ทั้งรถและการเล่น ตอนนี้เริ่มๆกระจ่างมาบ้างแล้ว
แต่ที่ผมกำลังสนใจที่สุดในตอนนี้คือ os-freestyle ครับ กำลังขุน Haro 1995 (คล้าย flatland ไปหน่อย) มาเล่นดู Cool
อีกอันก็ os-racing เนินเล็กๆ ระนาดน้อยๆ แบ้งค์พอกล้อมแกล้มกับ DB Turbo ครับ
Logged
Lt. PT. / BMX freestyler
A Pro
******
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1116


ปั่น 1 ทริป อายุยืนขึ้น 1 อาทิตย์ ชวนกันปั่นคร๊าบ.


Email
« Reply #8 on: February 17, 2009, 10:30:33 PM »

Web "Thaibmx" ที่ทำโดยน้องดานั้นผมว่าเน้นไปทาง Flatland มากกว่าเพราะว่าดาเขาเป็นแชมป็เอเชียในสมัยที่เขารุ่งเรือง ประเภท Flatland  Grin

ตอนหลังก็มีเพื่อนเป็นชาวญี่ปุ่นค่อนข้างมาก จึงสั่งของมาจำหน่ายให้เหล่าสาวก Flatland ได้ใช้อย่างไม่ต้องง้อร้านจักรยานจากวรจักรซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงซบเซามากกับเรื่องของอะไหล่BMX  Cheesy

บ้านเรา Street บนถนนหนทาง ที่เล่นแบบ Grinding ยังหาคนเก่งๆระดับเทพน้อยมาก ผมยังไม่เคยเจอเลย ยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านเรา แต่ถ้าเป็นประเภท Park หรือ Vert อย่าดูถูกฝีมือคนไทยเด็ดขาด เพราะบ้านเรามีระดับเทพหลายคน เป็นระดับต้นๆของโลกเลย โดยเฉพาะที่ขอนแก่นเขาสนับสนุนมากๆเลนทำให้มีคนเล่น Ramp บน Park เก่งๆกันเยอะ โดยเฉพาะท่า Back Flip สำหรับทีมขอนแก่น Ckoke Bike เป็นท่าเบสิคหรือท่าซ้อมเลยก็ว่าได้ Grin
« Last Edit: March 21, 2009, 04:46:40 AM by Lt. PT. / BMX freestyler » Logged

on call : 08-4467-6919

"Let's Agree to Disagree =>2=>B => Peace"


Ride to Live & Live to Ride.

My Lifestyle/Ridestyle from Racing BMXer to be Freestyler and then Freerider.
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« Reply #9 on: February 17, 2009, 11:49:04 PM »

จริงๆคับคุณ Lt. PT. / BMX freestyler
ผมว่าก็รู้สึกเหมือนกันคับ..เเต่ผมชอบสตรีทมากกว่าFlatland  Winkซื้อรถเเฟล็กเเลนดมาเเทนจักรยานพับอะ..คันเล็กดีใส่ท้ายรถไปไหนมาไหนง่ายดีคับ..(ถึงว่าขอทำเปิดเเยกForum Flatland เเละ Street เพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆก็หายไปเลยกระทู้โดนลบไปเลยอะ) Huh
เเต่อย่างไรก็ตามBMXเหมือนกันครับ..คนไทยเป็นโปรระดับโลกได้เยอะๆ...มากๆดีอะ..
เรื่องอะไหล่ผมยังคิดบ้าจี้ไปอีก ว่าเคยคิดอยากจะเป็นตัวเเทน(สมัยก่อนเด็กๆไปร้านจักรยานเกือบทุกวัน)
 เเต่เจอระบบการขายระบบInternetทำให้ร้านค้าต้องเเย่กันไปครับ Cheesy
เเต่ก็มีการเเก้ไขได้เเบบการขายเเบบใหม่ที่สามารถชนกะระบบการขายเเบบอินเตอรเน็ตระบบอเมริกา ได้
(เเต่ช่างเถอะ ไม่ใช่อาชีพหลักผม ผมไม่ใช่พ่อค้าไปดูเค้าขายเเข่งกันสนุกดีอะ) Grin
เเต่ผมเล่นสตรีททีผมเล่นจะเหมือนกะที่ผมเล่นสมัยเด็กๆคับ โดดหมุนไปมาหรือว่า กระโดดข้ามปิ้บข้ามกล่องไปมาเองคับ ไปโดดเเบบโปรไม่ไหวอะ เเก่เเล้วอะ จะไปเเข่งเรสก็ไม่มีเวลาไปซ้อม..
ปั่นรถสวยๆสะอาดๆเเบบ Old school หรือสตรีทก็เพียงพอเเล้วอะ... Cheesy BMX FOREVER
Logged
Spammer
Moderator
AA Pro
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 2374



« Reply #10 on: February 18, 2009, 12:36:27 AM »

นักปั่นไทยไปบอลโลก ม่ายช่าย!!
ผมว่า sponsor สำคัญกว่าความเก่งกาจของแต่ละคนครับ คนไทยทำอะไรดีๆได้เยอะ แต่ขาดแรงเกื้อหนุนให้ถึงฝั่งฝัน จะติดลมบนได้ยิ่งไม่ต้องคิดเลยครับ ผลุดๆโผล่ๆอยู่เรื่อยไป เสียดายบุคลากรอันมีค่าเหล่านี้จริงๆ ขนาดที่ไปแข่งรถดาห์การ์ยังยากเลยทั้งที่ sponsor ก็ทุ่มทุนสร้างซะขนาดนั้น คือสร้างคนขึ้นมาน่ะสร้างง่าย แต่จะให้อนาคตที่ยาวนานแก่เขานั้นยากกว่า หลังจากผ่านจุดสูงสุดเขาเหล่านั้นก็เลยต้องหางานอื่นทำแทน กราฟชีวิตนักปั่นเลยกลายเป็นรูปภูเขาไฟ fuji แทนที่จะเป็นภูกระดึง แต่ผมเข้าใจครับว่าเขาและคนรอบข้างก็ยังภูมิใจที่ได้เคยทำกันมา รวมทั้งบุคคลภายนอกด้วยอย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งล่ะครับ อีโร่ในใจก็มีเยอะครับแม้ไม่เคยเจอตัวจริงก็มี..
Logged
admin
Administrator
AA Pro
*****
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 3312


หวัดดี...ชาวโลก!!

nawitthapthiang@hotmail.com
WWW
« Reply #11 on: February 18, 2009, 07:23:20 AM »

ข้อมูลเยี่ยมเลยครับพี่  Grin
Logged

โทร 089-1374137 รับสายตามเวลาราชการ
อั้น
AA Pro
*******
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 1365


* BMXAHOLIC™ *


« Reply #12 on: February 18, 2009, 11:43:06 AM »

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ  Grin Grin Grin
Logged
Dirty old man
Expert
****
Offline Offline

Posts: 300



« Reply #13 on: February 18, 2009, 01:38:38 PM »

Quote from: Lt. PT. / BMX freestyler
[/u] โดยเฉพาะที่ขอนแก่นเขาสนับสนุนมากๆเลนทำให้มีคนเล่น Ramp บน Park เก่งๆกันเยอะ โดยเฉพาะท่า Back Flip สำหรับทีมขอนแก่น Ckoke Bike เป็นท่าเบสิคหรือท่าซ้อมเลยก็ว่าได้ Grin
เดี๋ยวลองถามท่านนายกเทศมนตรีเมืองขอนเเก่นให้สนับสนุนชาวขอนเเก่น BMX สตรีทให้มีเหรียญ อะไรก็ได่้มาในจังหวัดขอนเเก่นดูไหมอะ Wink น่าจะดีเพราะยิ่งเก่งอยู่เเล้วได้เปรียบ ครับ..สนับสนุนเด็กไทยไปคว่้าเหรียญทองโอลิมปิด.BMX Streetเพิ่งอีกด้วยอะ Cheesy
Logged
aoodjumper
Intermediate
***
Offline Offline

Gender: Male
Posts: 218


I Love BIKE


Email
« Reply #14 on: February 20, 2009, 07:19:38 AM »

ข้อมูลเยี่ยมมากๆ เลยครับท่าน มาอัพเดทเรื่อยๆ นะครับ Wink
Logged

HANAMI let's have fun

Pages: [1] 2 Print 
« previous next »
Jump to:  


Login with username, password and session length

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.5 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!